สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ SME ที่ค้าขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่แพลตฟอร์มหักไปนั้น สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้หรือไม่? คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้วสามารถทำได้ครับ หากท่านเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายตามจริงและมีเอกสารหลักฐานประกอบที่ชัดเจน
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อการคำนวณกำไรสุทธิและภาษีที่ต้องชำระ หากบริหารจัดการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจของท่านประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย
ค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่แพลตฟอร์มหักและนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้?
แพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายประเภทจากผู้ขาย ซึ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้โดยตรง และสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เมื่อคำนวณภาษีเงินได้ ได้แก่:
- ค่าธรรมเนียมการขาย (Transaction Fee / Commission Fee): ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายสินค้าแต่ละรายการ
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Payment Fee): ค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ ของแพลตฟอร์ม
- ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง (Shipping Fee): ในกรณีที่แพลตฟอร์มเป็นผู้จัดการเรื่องการขนส่งและหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากผู้ขาย
- ค่าบริการโฆษณา/โปรโมทสินค้า (Advertising / Promotion Fee): ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายเลือกใช้บริการเพื่อเพิ่มการมองเห็นสินค้าบนแพลตฟอร์ม
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆ: เช่น ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมแคมเปญ, ค่าบริการเสริมต่างๆ ที่แพลตฟอร์มมีให้
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือเป็น "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร" หรือ "ต้นทุนขาย" ที่จำเป็นต่อการสร้างรายได้ของธุรกิจออนไลน์
ต้องเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายแบบไหนถึงจะนำมาใช้ได้?
การนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมาหักเป็นค่าใช้จ่ายนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจของท่านเลือกใช้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่
- การหักค่าใช้จ่ายตามจริง: วิธีนี้หมายถึงการที่ท่านรวบรวมและบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ จากแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย หากท่านเลือกวิธีนี้ ท่านสามารถนำค่าธรรมเนียมเหล่านี้มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง โดยต้องมีหลักฐานประกอบ
- การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา: วิธีนี้เป็นการที่กรมสรรพากรกำหนดอัตราการหักค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดรายได้ โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่ายจริง วิธีนี้จะเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก หากท่านเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ท่านจะไม่สามารถนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมาหักเพิ่มเติมได้อีก เนื่องจากถือว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ถูกรวมอยู่ในการหักเหมาแล้ว
สำหรับนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) กฎหมายกำหนดให้ต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริงเท่านั้น จึงสามารถนำค่าธรรมเนียมเหล่านี้มาใช้ได้เสมอ หากมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง
สำหรับบุคคลธรรมดา ท่านมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือหักแบบเหมา ซึ่งหากค่าใช้จ่ายจากแพลตฟอร์มและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมกันแล้วสูงกว่าการหักเหมา การเลือกหักตามจริงจะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า
เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน?
หัวใจสำคัญของการหักค่าใช้จ่ายตามจริงคือการมีเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและน่าเชื่อถือ เพื่อยืนยันการจ่ายเงินและวัตถุประสงค์ของค่าใช้จ่ายนั้นๆ เอกสารที่ท่านควรจัดเก็บไว้มีดังนี้:
- รายงานสรุปการขายและค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์ม (Seller Statement/Report): เอกสารนี้จะแสดงรายละเอียดรายได้ที่ได้รับและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ถูกหักไป ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์ม
- หลักฐานการชำระเงิน/การรับเงิน: เช่น Statement ธนาคารที่แสดงรายการเงินเข้า-ออก หรือใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)
- ใบกำกับภาษี (Tax Invoice): ในบางกรณี แพลตฟอร์มอาจออกใบกำกับภาษีให้สำหรับค่าบริการบางประเภท เช่น ค่าโฆษณา หรือหากแพลตฟอร์มเป็นผู้ประกอบการในประเทศไทย
- เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: เช่น สัญญาการใช้บริการ, หลักฐานการเข้าร่วมแคมเปญ
ควรจัดเก็บเอกสารเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ทั้งในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลและ/หรือเอกสารกระดาษ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและนำส่งให้กรมสรรพากรหากมีการร้องขอ
ข้อดีข้อเสียของการหักค่าใช้จ่ายตามจริง vs หักเหมา เลือกแบบไหนดี?
| คุณสมบัติ | การหักค่าใช้จ่ายตามจริง | การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา |
|---|---|---|
| ความยุ่งยากในการจัดทำบัญชี | สูงกว่า (ต้องบันทึกและเก็บเอกสารละเอียด) | ต่ำกว่า (ไม่ต้องแสดงเอกสารค่าใช้จ่าย) |
| โอกาสประหยัดภาษี | สูงกว่า หากมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากและชัดเจน | อาจน้อยกว่า หากค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าอัตราเหมา |
| ความเหมาะสม | ธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง มีระบบบัญชีที่ดี หรือเป็นนิติบุคคล | บุคคลธรรมดาที่มีค่าใช้จ่ายไม่มาก ไม่ต้องการความยุ่งยากในการจัดทำเอกสาร |
| หลักฐานที่ต้องใช้ | รายงานจากแพลตฟอร์ม, Statement ธนาคาร, ใบกำกับภาษี (ถ้ามี) | ไม่ต้องใช้หลักฐานค่าใช้จ่ายจริง |
มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการบันทึกค่าใช้จ่ายเหล่านี้?
เพื่อให้การนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย มีข้อควรระวังที่สำคัญดังนี้:
- ความสอดคล้อง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายที่บันทึกนั้นสอดคล้องกับรายงานจากแพลตฟอร์มและหลักฐานการชำระเงิน
- วัตถุประสงค์ของค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักได้ต้องเป็นไปเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
- การบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง: ควรบันทึกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ในหมวดที่ถูกต้องตามหลักการบัญชี
- การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์: กฎหมายภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรติดตามข่าวสารหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอยู่เสมอ
- ปรึกษานักบัญชี: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษานักบัญชีผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน
การจัดการค่าใช้จ่ายจากแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของท่านเติบโตได้อย่างยั่งยืน และลดความเสี่ยงด้านภาษีได้เป็นอย่างดี หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจออนไลน์ อย่าลังเลที่จะติดต่อ นักบัญชีหมายเลข 7 เราพร้อมให้คำปรึกษาและบริการอย่างมืออาชีพ